ตั้งใจเริ่มเขียนบล็อกอีกครั้ง เพราะอยากเก็บบันทึกประสบการณ์ดีๆจากการไปเที่ยวเอาไว้ นี่ก็กลับมาจะครบเดือนละเพิ่งได้เริ่มลงมือเขียน...เข้าเรื่องดีกว่า ^^
เมื่อประมาณปลายปีก่อน 2014 คุยกะพี่สาวว่าอยากไปญี่ปุ่น ซึ่งแฟนพี่สาวเนี่ยเคยไปทำงานอยู่เกือบปี ก็โอเคๆ ไปกัน หาโอกาสไปเที่ยวกัน ละก็ชวนเพื่อนสนิทไปอีกคน โอเค 4 คนนะ...ระหว่างนั้นก็ก็คิดไปเรื่อยๆว่าไปที่ไหนดีนะ Shopping พระราชวัง วัด ศาลเจ้า ต่างๆนานา เอาตามที่น่าจะมีคนพาเที่ยวได้ เห็นว่าอยู่เมืองชิบะ ก็เลยโอเค เที่ยวแถวชิบะดีกว่า ยังไม่มีแพลนหรอก คิดไปเรื่อยๆ เหนื่อยๆเครียดๆจากงานก็คิดหาที่เที่ยวไป
จนต้นปี 2015 Air Asia X มีโปรมาจ้าาาา...ถามทุกคนแล้ว แต่ไม่มีใครคอนเฟิร์มได้ว่าจะไป แต่อดใจไม่ไหวแล้ว ชีวิตอยากออกไปเที่ยว รอวันเริ่มโปร เขาให้เริ่มจองได้ตอน 5 ทุ่ม เน็ตหอกากๆ ก็นั่งรอจิ้มๆ เลือกๆวันไปก่อน กว่าจะจองได้เที่ยงคืนกว่า..วันที่ 28/11/2015 - 07/12/2015 10 วัน รวมค่าตั๋วก็ 12,903 บาท ณ ตอนนั้นก็ยังไม่มีเงินนะ ให้ตัดบัตรพี่สาว แล้วก็แบ่งจ่ายเป็น 2 เดือน...อดเอาสุดๆ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มเก็บเงินเที่ยว ตั้งใจจะเอาเงินไป 30,000 บาท เก็บเดือนละ 3,000 งดน้ำ(หวาน) งดขนมเอา...
พอจองตั๋วเสร็จ นอนไม่หลับจ้าาา นี่เราจะไปเที่ยวคนเดียวหรอ..เดินทางคนเดียว..ได้จริงๆหรอ..ที่พักจะทำยังไงดี..ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้..ภาษาญี่ปุ่นก็เพิ่งเริ่มเรียน..เที่ยวไงดีวะ คิดมากจนเผลอหลับไปเอง
เพื่อนก็บอกว่า เดี๋ยวเรียนจบ หางานทำ ละจองตั๋วนะ ตอนนี้ไม่มีตังค์ ให้เราจองคนเดียวไปก่อน ฮ่าๆๆ
การเตรียมตัวก็ไปพวกงานท่องเที่ยวญี่ปุ่นอะ แล้วก็ไปเก็บๆโบชัวร์มา จะไปปรึกษาเขาก็ไม่มีแพลนในหัวเลย ก็ไม่รู้จะคุยยังไง...ไปงานพวกนี้อยู่ 3-4 รอบ ก็เก็บกลับมาแต่โบชัวร์...ก็มานั่งคัดๆว่าอยากไปไหนบ้าง...เอาโซนคันโตไว้ก่อน เพราะจองตั๋วไปกลับนาริตะไว้ ก็กว้างมากกก นู่นนั้นนี่ก็อยากไป คุยๆกับพี่ที่ออฟฟิศว่าถ้าทำแพลนเสร็จจะเอามาให้เขาช่วยเกลาให้ว่ามันเหมาะไหม
อีก 3 เดือนจะเดินทาง ก็กะว่าจะทำแพลนให้เรียบร้อยให้ได้..ระหว่างช่วงเวลาหลังจองตั๋วก็หาๆข้อมูลไว้ตลอดว่าอยากจะเดินเล่นชิวๆ แถบชิคๆ เหมือนที่เขารีวิวกัน.. ก็ผลัดวันทำแพลนไปๆมาๆ
มานั่งเร่งๆเอาจนช่วงเดือนกว่าๆ....จะเรียกว่าแพลนเสร็จไหมนะ ลิสต์ออกมาได้ประมาณนี้ละ
28/11 เดินทางไปญี่ปุ่น...ไปหาเพื่อนที่ Kawasaki
29/11 เที่ยวโยโกฮาม่า (มาร์คจุดที่อยากไปไว้ใน map)
30/11 เที่ยวโยโกฮาม่า (เก็บตกจุดที่ไปไม่ครบ)
01/12 เที่ยวนิกโก้ (มาร์คจุดที่อยากไปไว้ใน map)
02/12 เที่ยวนิกโก้ (เก็บตกจุดที่ไปไม่ครบ)
03/12 เที่ยวโตเกียว (แพลนคร่าวๆ โซน Ueno, Asakusa, Tokyo, Shibuya แล้วก็มาร์คบางจุดที่อยากไป)
04/12 เที่ยวโตเกียว
05/12 เที่ยวโตเกียว
06/12 เที่ยวชิบะ (Sawara!!)
07/12 เดินทางกลับไทย
พอแพลนนี้ออกมาก็จัดการจองที่พักเสร็จสรรพ การเดินทางอาจจะย้อนไปย้อนมานิดหน่อย แต่ก็นะไปหาเพื่อนตั้งแต่ไปถึงดีกว่า จะได้อุ่นใจหน่อย ฮ่าๆๆๆ
แต่คุณเพื่อนก็บอกว่าไม่รู้จะได้วันหยุดรึเปล่า...เอาหน่าๆ เราต้องเที่ยวได้สิ ฮ่าๆๆๆ
พออีกประมาณ 2 อาทิตย์จะเดินทาง คุณเพื่อนก็ถามว่าทำแพลนเรื่องการเดินทางรึยัง ดูเรื่องรถไฟรึยัง..ดูแล้วๆ ตอบไปอย่างงั้น ในขณะที่ตอนนั้นดูไปแค่คร่าวๆเท่านั้นแหละ เพราะปวดหัว..
ใช่เราเป็นโรคเดียวกับ(เกือบจะ)ทุกคนที่เดินทางไปญี่ปุ่น จะปวดหัวกับการดูแผนที่รถไฟญี่ปุ่น....แสรดด มรึงคืออะไรคะเนี่ย ยั๊วเยี๊ยเต็มไปหมด ไม่ไหวๆ ดูและวาง ดูและวางตลอด ไม่เคยเข้าใจเลย ซื้อหนังสือมาดูก็ยังไม่เข้าใจ จริงๆอาจจะเป็นเพราะเราอคติกับมันละมั้ง เพราะปกติก็เป็นคนดูทิศดูทาง แผนท่งแผนที่ไม่เป็นอยู่ละ เลยไม่อยากจะยุ่งกับมันเท่าไหร่
ที่นี้ก็รู้ตัวละว่าลำบากแน่ๆ ยังไงก็ต้องดูแผนที่วะ ก็มันเป็นวิธีการเดินทางหลักของประเทศบ้านเขานี่หว่า
เปิด Pantip ดูเรื่อง Hyperdia ดีกว่า http://www.hyperdia.com/en/ เพราะตลอดเวลาก็รู้มาตลอดว่าเว็บนี้ดีและมีประโยชน์มากๆ ซึ่งเอาจริงๆตอนแรกก็งงๆ ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ ทั้งๆที่เว็บมันเอาจริงๆแล้วเข้าใจง่ายนะ...เพราะมันเป็นอิ๊งและอคติเรื่องแพลนที่ นี่ก็เลยยากไว้หมดค่ะ ฮ่าๆๆ (คิดว่าในตอนต่อๆไปอาจจะมีอธิบายวิธีใช้ไว้นิดหน่อยก็แล้วกัน อิอิ)
นั่งทำแพลนเรื่องเดินทางกันจนวันสุดท้ายจริงๆเลยนะ เพราะผลัดวัน และขี้เกียจ และอคติ...ดูชีวิตผู้หญิงคนนี้สิ นิสัยแย่ๆทั้งนั้น ฮ่าๆๆ อย่าเอาอย่างกันนะ
ใกล้เดินทางแล้วๆ...แต่ขอขัดหน่อยละกัน มีหลายคน(?) สงสัยว่าทำไมถึงเที่ยวคนเดียว ที่บ้านยอมได้ยังไง เพราะปกติเป็นคนไม่ค่อยเที่ยวไหน ไม่ค่อยไปไหน
- จริงๆที่บ้านก็เป็นห่วงนะ แต่เราก็อ้างมาเรื่อยๆ 'อ่อออ เดี๋ยวเพื่อนก็ไปด้วย ตอนนี้มันไม่มีตังค์ซื้อตั๋ว' 'ไม่เป็นไรหรอก มีเพื่อนอยู่ที่นู่น' จนรอดพ้น ได้ไปคนเดียวจนได้
- แต่ระหว่างนั้น พี่สาวก็มีพูดๆตลอดนะ ว่าอาจจะไปด้วย (หลังๆ ในใจนี่เริ่มแอบอยากไปคนเดียวละ)
- คนอื่นๆก็แบบ 'ไปเที่ยวคนเดียวเนี่ยนะ' 'อันตราย บ้านเมืองเขาไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้นนะ' 'ปกติก็หลงทางอยู่แล้ว จะไปคนเดียวได้หรอ' 'MRT ยังขึ้นผิดๆถูกๆจะไปได้ยังไง' 'ใครเขาให้ไปญี่ปุ่นเป็นที่แรก ตอนไปเที่ยวคนเดียว' และคำขู่ต่างๆนานา
ก็กังวลนะ พอถูกขู่มากๆ เริ่มอยากให้เพื่อนไปด้วย..แต่นางก็ยังไปด้วยไม่ได้ไง
แต่ก็เพราะความที่ทุกคนกังวลกับเรานี่แหละนะ ทำให้เราระวังตัวเองมากๆด้วย
.
.
.
ถึงวันที่ 28/11/2015 Backpack กันเถอะ
ตื่นเช้ามา เก็บของอีกนิดหน่อยที่จำเป็นเพิ่มเข้ากระเป๋า...นี่ Backpack ของจริงนะคะ เพราะยืมกระเป๋าเป้มาจากแฟนพี่สาวเลย เพื่องานนี้ ฉันอยาก Backpack จริงๆ ไม่เอาเดินลากกระเป๋าอะ..รู้สึกแบบกระเป๋าอยู่ติดตัวเราดีกว่า ดูสะดวกดี(แล้วมาดูกัน ฮ่าๆๆ)
ระหว่างเดินลงจากหอ คุณเพื่อนก็ถามว่า ลืมนู่นนี่นั่นไหม...ลืมหมวกอาบน้ำ ก็กลับไปเอา
ระหว่างเดินออกจากซอย คุณเพื่อนก็ถามว่า เสื้อกันหนาวละ...เออ ลืมมมมม เพื่อนวิ่งกลับไปเอาให้
ชีวิตเริ่มยากละ นี่ชั้นจะลืมอะไรอีกไหมเนี่ย (รู้สึกจะลืมแพลนบางส่วนที่ทำไว้แหละ ไปรู้ตัวตอนถึงนู่นแล้ว)
เพื่อนก็จะกลับบ้านพอดี นางก็ถามว่าให้ไปส่งที่สนามบินไหม...ใจนึงก็อยากให้ไป อีกใจก็ไม่อยากให้ไปเพราะว่าเดินทางจากดอนเมืองมันยากนะ ก็เลยบอกนางว่าไม่ต้องไปส่ง ก็เลยแยกกันที่หน้าซอย
ตอนไปถึงสนามบินก็ไม่ค่อยได้ตื่นเต้นอะไรมาก เพราะว่าได้เคยขึ้นเครื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว ถึงจะเป็นบินในประเทศก็เถอะ ฮ่าๆๆ
ตอนเช็คอินนี่ก็ต่อผิดแถวแล้วจ้าา อ่านมาว่าประมาณช่อง 4 เอาจริงๆต้องไปช่อง 6 ก็ไปรอเช็คอิน ละนี่คือไม่ได้ปริ้นเอกสารเรื่องจองออกมาเลย พลาดมากค่ะ นี่ก็กะว่าเช็คอินออนไลน์ได้ไง...แต่พอจะเช็คอินทำไมมันไม่ได้หว่า ก็เอาวะ ไม่เป็นไรหรอก ต่อแถวไปนี่แหละ
รอเช็คอินอยู่เกือบชั่วโมงได้มั้ง เท่าที่สังเกตดูคนส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว คู่รักบ้าง คนญี่ปุ่นกลับบ้านบ้าง(?)
เจ้าหน้าที่ก็ถามหากเอกสารแหละ เราก็บอกว่าไม่ได้ปริ้นมา..เขาเลยบอกว่ามีเมลล์ไหม ละก็ให้แคปหน้าจอไว้ด้วย เพราะว่าเดี๋ยวที่ญี่ปุ่นเขาจะขอดู เผื่อไม่มีเน็ตจะได้เปิดให้เขาดูได้...โหลดกระเป๋าลงเครื่อง หนักประมาณ 12 กิโลได้...เรียบร้อย หิวข้าวจัง ไปหาอะไรกินดีกว่า
ก็เดินเข้าไปข้างใน ไปหาซื้อของกิน ก็ได้พิซซ่า S&P มา ละก็ไปหาที่นั่งรอ ยังไม่ได้เดินไปที่เกทนะ ก็ลองๆเทสกล้องดูหน่อยละกัน ปรากฎ...อ่าววว กล้องเป็นอะไรไปเนี่ย มันไม่มีเสียงอะ..ไม่ใช่เสียงชัตเตอร์นะ เพราะอันนี้ปิดไว้เอง..แต่ปกติเวลากดถ่ายรูปมันจะต้องมีเสียงอะ แต่นี่มันไม่มี ต้องถ่านไปประมาณ 3-4 รูปมันถึงจะมีเสียงซักครั้ง จิตตกละ นี่กล้องจะมามีปัญหาอะไรตอนนี้ไหมเนี่ย อุตส่าห์เก็บเงินซื้อเพื่องานนี้เลยนะ ก็ไปโพส FB ถามกลุ่มเอาไว้...สุดท้ายก็แก้ได้ก่อนขึ้นเครื่อง ค่อยโล่งหน่อย
เทสกล้อง...ลำนี้แหละที่เราจะบิน ตั้งใจจะถ่ายให้ดีกว่านี้ แต่กล้องมีปัญหา...เลยปล่อยมันไป
กระเป๋าไป้ใบเล็กๆอีกซักใบ...ไว้ใส่ของสำคัญเวลาเดินเที่ยวคนเดียว
คู่เท้า คู่ใจ....งานนี้เราจะไม่ทิ้งกันนะ บอกเลยว่าเอาไปทั้งสิ้น 1 คู่ กะหิ้วกลับเต็มที่ ฮ่าๆๆ
พอขึ้นเครื่องปรากฎว่าได้ที่นั่งดีมากกก ได้โซนเงียบค่ะ ชีวิตดี๊ดีอะ ภูมิใจในตัวเอง..ละนั่งแถวกลาง ทั้งแถวนั่งคนเดียว ชีวิตดี๊ดี...ถึงต่อมาจะมีหนุ่มยุ่นย้ายมานั่งข้างๆ แต่ก็นะ มันยังมีที่ว่างอีกทีไว้วางของได้อะ สบายจัง ฮ่าๆๆ
หลับๆ ตื่นๆ บิน 6 ชั่วโมง อารมณ์เหมือนตอนนั่งรถทัวร์กลับบ้านเวลาช่วงเทศกาลอะ เหนื่อยๆ เพลียๆ คือบอกเลยว่าช่วงที่เดินทางอยู่ไม่ได้มีความตื่นเต้นอะไรเลยค่ะ เพราะว่าเคยขึ้นเครื่องแล้ว เลยเฉยๆ ละก็ยังนึกภาพตอนถึงที่นู่นไม่ออกไง เลยชิวๆ ฮาาาาา
้
หนังสือที่พกไป 1 เล่ม อ่านกันจนเยิน แบ่งเก็บไว้อ่านขากลับด้วยนะ
ขอจบการเริ่มต้นเดินทางไว้เท่านี้ก่อนนะ...ตอนต่อไปก็จะเป็นการผจญภัยรถไฟญี่ปุ่นวันแรกล่ะ ฮ่าๆๆ
รูปเรียกน้ำย่อย..ตอนต่อไป...จะมาเฉลยการได้มาขอรูปนี้ในตอนต่อไปนะคะ ฮ่าๆๆๆ




